5 ทริกง่าย ๆ ตั้งค่า Smart TV ให้ภาพสวยคมชัด สีสดสมจริง


5 ทริกง่าย ๆ ตั้งค่า Smart TV ให้ภาพสวยคมชัด สีสดสมจริง


   เคยไหมที่ซื้อทีวีเครื่องใหม่มาแล้วรู้สึกว่าภาพมันดูสว่างจ้าแสบตาเกินไป หรือสีสันดูหลอกตาไม่เป็นธรรมชาติ ? นั่นเป็นเพราะตั้งค่าโรงงานมักถูกปรับมาเพื่อเปิดโชว์ในห้างสรรพสินค้าที่มีแสงไฟสว่างมาก ๆ แต่เมื่อนำมาตั้งในห้องนั่งเล่นที่บ้าน แสงและการแสดงผลจึงต้องการการปรับแต่งที่ต่างออกไป

   การสละเวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อตั้งค่าsmart tvจะช่วยปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของหน้าจอ ให้คุณได้รับชมภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสตรีมมิงรายการโปรดได้อย่างเต็มอรรถรสเหมือนยกโรงภาพยนตร์มาไว้ที่บ้าน ด้วย 5 ทริกง่าย ๆ ที่ใครก็ทำตามได้ทันที

1. เปลี่ยนโหมดภาพเริ่มต้น เลิกใช้โหมดสดใส

   คนส่วนใหญ่มักเปิดโหมด Vivid หรือ Dynamic ทิ้งไว้เพราะคิดว่าให้ภาพที่สวยสดใสที่สุด แต่ในความเป็นจริงโหมดนี้จะเร่งสีสันจนเกินจริงและเร่งความสว่างจนกลบรายละเอียดของภาพ

   • เปลี่ยนไปใช้โหมด Cinema, Movie หรือ Filmmaker Mode
   • โหมดเหล่านี้จะปรับค่าสีและแสงให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้กำกับภาพยนตร์ต้องการให้เราเห็นมากที่สุด สีผิวคนจะดูสมจริงและสบายตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

2. ปรับสมดุลระหว่างความสว่างและคอนทราสต์

   สองค่านี้ทำงานร่วมกันแต่ทำหน้าที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง การปรับตั้งค่าที่สมดุลจะช่วยให้ภาพมีมิติ ไม่ขาวโพลนหรือมืดดำจนมองไม่เห็นรายละเอียดในฉากกลางคืน

   • Backlight:ปรับตามสภาพแสงในห้อง หากห้องมืดควรลดลงเพื่อถนอมสายตา หากห้องสว่างมากก็ปรับเพิ่มขึ้นได้
   • Contrast:แนะนำให้ตั้งไว้ที่ประมาณ 80-90% เพื่อให้ส่วนที่สว่างที่สุดของภาพยังมีรายละเอียด ไม่กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน
   • Brightness:ค่านี้ควบคุมระดับความมืด หากปรับมากไปภาพจะดูซีดขาว หากปรับน้อยไปภาพจะจมมืด ควรตั้งไว้ที่ประมาณ 50%

3. ปิดระบบแทรกเฟรมภาพเคลื่อนไหว

   ฟีเจอร์นี้มักถูกเรียกในหลายชื่อ เช่น Motion Smoothing หรือโปรแกรมช่วยลดความเบลอ แม้จะช่วยให้ภาพลื่นไหล แต่สำหรับภาพยนตร์มันจะทำให้เกิดเอฟเฟกต์ละครโทรทัศน์ที่ดูหลอกตาและขาดความคลาสสิก การปิดฟีเจอร์นี้บน Smart TV จะคืนความรู้สึกแบบโรงภาพยนตร์กลับมา

   • ข้อแนะนำ:ควรเปิดฟีเจอร์นี้เฉพาะเวลาดูการแข่งขันกีฬาที่ต้องการความต่อเนื่องของวัตถุความเร็วสูง แต่สำหรับภาพยนตร์ทั่วไป การปิดระบบนี้จะช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติและมีมิติมากกว่า

4. เลือกอุณหภูมิสีให้ดูอุ่นขึ้น

   ตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงานมักจะเลือกอุณหภูมิสีแบบ Cool หรือโทนเย็น ซึ่งจะทำให้ภาพของ Smart TV ติดฟ้าและดูหลอกตาเมื่อดูในระยะยาว

   • วิธีแก้ไข:ปรับอุณหภูมิสีไปที่ Warm หรือโทนอุ่น
   • ปรับตัวในช่วงแรก:ในช่วงแรกคุณอาจจะรู้สึกว่าภาพดูอมเหลือง แต่เมื่อสายตาเริ่มปรับตัว คุณจะพบว่าสีขาวจะกลายเป็นสีขาวที่แท้จริง สีสันของธรรมชาติ ต้นไม้ ใบไม้ และผิวหนังมนุษย์จะดูสมจริงตรงตามธรรมชาติมากที่สุด

5. ลดค่าความคมชัดลงมาให้อยู่ในระดับพอดี

   หลายคนเข้าใจผิดว่าการเร่งค่า Sharpness สูง ๆ จะทำให้ภาพชัดขึ้น แต่ความจริงแล้วมันคือการเพิ่มเส้นขอบสีขาวหนา ๆ รอบวัตถุ ซึ่งนอกจากจะทำให้ภาพดูแข็งกระด้างแล้ว ยังทำให้เกิดสัญญาณรบกวนบนหน้าจออีกด้วย

   • เทคนิคการปรับ:พยายามลดค่า Sharpness ลงมาให้เหลือประมาณ 0-10%
   • เหตุผล:การลดค่านี้จะช่วยให้ Smart TV แสดงผลรายละเอียดของภาพที่แท้จริงจากสัญญาณต้นฉบับ โดยไม่มีเส้นขอบปลอม ๆ มาบดบังความละเอียดที่แท้จริงของหน้าจอ

   การปรับแต่งหน้าจอไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงสละเวลาตั้งค่าตามทริกเหล่านี้ คุณก็จะได้ดื่มด่ำกับภาพที่สวยงาม คมชัด และสีสันสดใสสมจริง คุ้มค่าเงินที่จ่ายไปให้กับ Smart TV เครื่องโปรดของคุณอย่างแน่นอน


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์